The Boy Magazine vol.12 #190Thailand

 

หัวใจของพ่อ

ลุงคนขับแท็กซี่ชายตามามองเราเป็นระยะ และโดยไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแกฟังเราคุยโทรศัพท์อยู่...

หลังวางหูก็สังเกตว่าลุงทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ยังลังเล หากในที่สุดแกก็ตัดสินใจได้ จึงเอ่ยปากถามเราว่า 'คุณทำงานเกี่ยวกับหนังสือเหรอครับ?' จริงๆแล้วเราไม่จำเป็นต้องตอบก็ได้ แต่ด้วยสำเนียงซื่อๆ และซ่อนสุภาพเอาไว้ ทำให้เราตอบรับคำถามด้วยคำว่า 'ครับ'

'ดีนะครับ..คุณมีการศึกษา ได้ทำงานดีๆ ผมไม่มีความรู้ก็เลยต้องขับรถมาตั้งแต่หนุ่มยันแก่' ลุงพูดเหมือนจะตัดพ้อ แต่ก็ไม่ใช่ ในใจอยากจะพูดว่ามันไม่เสมอไปและตายตัวว่าคนเรียนมาเยอะๆจะได้ทำงานดีๆ และที่ตกงานก็มีให้เห็นถมไป

แกถามเรื่องส่วนตัวอีกหลายอย่าง ซึ่งออกจะประหลาดอยู่ที่จะต้องมานั่งตอบคำถามเหล่านี้กับคนแปลกหน้า เพราะแม้กระทั่งคนกันเองบางทีถามเรา เรายังไม่ตอบ แต่เราก็ตอบลุงแกไปทุกคำถาม เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นน้ำเสียงที่น่าสงสารของแกก็ได้

'เพราะผมรู้ว่าเรียนน้อยจะลำบาก ผมเลยหาเงินส่งให้ลูกเรียนสูงๆ ตอนนี้ก็จบและทำงานแล้วทั้งสามคน' น้ำเสียงแกภูมิใจ และพูดถึงงานที่แต่ละคนกำลังทำอยู่ เท่าที่ฟังดูก็นับว่าไม่เลว และอายุก็น่าจะอ่อนแก่กว่าเราไม่กี่ปี เมื่อเราถามกลับว่าลูกเต้าก็ทำงานหมดแล้ว..ทำไมลุงถึงยังไม่เลิกขับแท็กซี่ แกอึ้งไปแล้วอ้อมแอ้มบอกว่าลูกๆแต่งงานไปหมดแล้ว ตอนนี้ลุงกับป้าก็เลยต้องอยู่ดูแลกันสองคน

'แต่ผมก็ไม่ได้หวังอะไรจากลูกหรอก ให้ลูกสบาย เอาตัวรอดได้ ผมก็ไม่ขออะไรแล้ว' แกพูดน้ำเสียงปกติ แต่คนฟังรู้สึกหัวใจมันขมๆ

รถจอดที่หน้าออฟฟิศ เราจ่ายตังค์แล้วยืนมองรถแล่นออกไป พลางคิดว่าลุงแกคงมีความสุขจริงๆที่ได้เห็นลูกสบายโดยที่ลูกไม่ต้องกลับมาตอบแทนก็ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ลุงปิดเอาไว้ไม่ได้และไม่มิดก็คือ

เรารู้สึกว่าลุงแกกำลัง 'เหงา' อย่างแรง

และอีกหลายหน้าแฟชั่น Boy ติดตามต่อใน The Boy NO.191
จี๊ดด! สุดใจ
ญา ญ่า ญิ๋ง

การเดินทางระหว่างชุดของหญิงกินเวลาถึง 2 ปี การรอคอยของแฟนเพลงสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา เพราะเป็นวันที่อัลบั้ม 'จี๊ดด!' ได้ฤกษ์ลงแผง ความเปลี่ยนแปลงเท่าที่จับต้องได้ยังไม่เห็น ที่เห็นคือเธอเต้นมากขึ้น และสำเนียงของดนตรียังอิงอยู่กับอินเดียเหมือนเดิม

' หญิงเอาเวลาทั้งหมดไปเรียนร้องเพลงเพิ่มขึ้น เรียนโยคะ เรียนรู้เกี่ยวกับการเรียบเรียงเพลง ฯลฯ ถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก อัลบั้มนี้ถือเป็นทีมงานที่ใหม่สำหรับหญิง ยิ่งได้มาร่วมงานกับพี่วัฒ (ธนวัฒ สืบสุวรรณ) Executive Producer พี่เค้าเป็นคนที่ทำงานละเอียดมากกกก.. กว่าจะผ่านแต่ละด่านมาได้ก็ยากเข็ญสุดๆ

ช่วงหินที่สุดคงจะเป็นช่วงที่เข้าห้องอัดค่ะ อีกทั้งตอนนั้นเป็นช่วงที่หญิงเตรียมตัวสอบเอ็นทรานซ์ด้วย ก็หยุดงานไว้ก่อน 2 อาทิตย์ เพื่อไปสอบเอ็นท์ฯ หญิงเลือกของ ม.กรุงเทพ อันแรกเลยเนี่ยเลือกคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ อันที่จริงก็อยากเรียนนิเทศ-จุฬาฯด้วย แต่คะแนนของหญิงไม่ถึงค่ะ

อัลบั้มชุดล่าสุดเป็นการคงภาพลักษณ์ของหญิงเอาไว้ เพราะแฟนเพลงเค้าจะรู้จักญาญ่าญิ๋งจากสไตล์อินเดียๆ พออัลบั้มจี๊ดด! ออกมา ก็ต้องรักษากลิ่นแขกเอาไว้ก่อน ทั้งเรื่องชุดเสื้อผ้า นี่ยิ่งเป็นแขกเลย เปิดตัวปุ๊บ! ก็ใช่เลย ทั้งการร้องเพลง ซาวด์ดนตรี และการนำเสนออื่นๆ
อัลบั้มนี้จะเน้นแดนซ์มากกว่า เป็นอินเดียนี่จะเป็นแค่การเน้นภาพลักษณ์ของหญิงเอาไว้เท่านั้นเอง ซาวด์ดนตรีจะไม่เน้นแนวตะวันออกเลย เพราะฉะนั้นจะมีเสียงของดนตรีผสมพวกซินธิไซเซอร์และซาวด์เอฟเฟ็คท์ต่างๆเข้ามาแทน

Close up Briohny ...ดอกไม้หัวดื้อ

ดอกไม้สีขาวที่อยากบานตอนไหนก็บาน เป็นที่มาและความหมายของชื่อทารกน้อยเพศหญิงที่ทำให้คุณแม่ต้องใช้ความพยายามกว่า 18 ชั่วโมงถึงจะยอมส่งเสียงออกมาเป็นสมาชิกใหม่ของโลกใบใหญ่ใบนี้...
สาวราศีมังกรที่เอาตัวรอดเก่งและกวนโอ๊ยได้ตลอด 124 ชั่วโมง คือคำอธิบายที่เธอตอบ..เมื่อถูกถามถึงพรสวรรค์ที่ติดตัวมาแต่เกิด เธอรักช้าง รักแมว ชอบร้องเพลงฟังเพลง ชอบไปทะเล เปรียบเทียบความรักเป็นเหมือนกับฤดู มั่นใจในตัวเอง 50-50 เคยเป็นเด็กที่โกหกและเถียงเก่ง เคยฝันอยากเป็นทนายความ...ที่พูดมาทั้งหมดเกี่ยวข้องกับผู้หญิงที่ชื่อ ไบรโอนี่ รอดโพธิ์ทอง ครับ!!!

'ตอนเด็กๆเคยฝันอยากเป็นทนายค่ะ เพราะถูกคุณแม่กล่อมมาตลอดว่าเป็นทนายแล้วรวย (หัวเราะ) ตอนนั้นเรายังเป็นเด็ก ความคิดของเรามันยังไม่ชัดเจน แต่ที่รู้สึกว่าชอบอีกอย่างก็คือชอบการร้องเพลง ชอบการแสดง...เป็นเด็กที่โกหกเก่งมาก แต่คุณแม่ก็รู้ทุกอย่างอยู่แล้ว ว่าอะไรคือความจริง เราโกหกได้อย่างซีเรียส แบ่บ...ไม่หลุดน่ะ เถียงเก่งมากเลย คิดว่าตัวเองถูก ทะเลาะกับคุณพ่อคุณแม่ตลอดเวลา ถึงตอนนี้ก็อยากเรียนกฎหมาย แต่ไม่อยากเป็นทนาย อยากเป็น Doctorate อยากรู้กฎหมาย เพราะอยากทำธุรกิจของตัวเอง มีความรู้เพื่อป้องกันตัวเอง ให้คนอื่นรู้ว่าเรารู้ว่าอะไรเป็นยังไง...'

การเรียน.. 'จบแล้วค่ะ ที่อังกฤษ.. ให้เค้าส่งหนังสือมาให้ที่นี่ จบภายใน 3 ปีครึ่ง ได้ Bachelor degree ค่ะ'
เป็นข่าว..'ถ้าพูดถึงตอนนี้ใช่มั้ยคะ...เมื่อก่อนจะคิดมาก เพราะว่าข่าวทำให้เรามีภาพพจน์ที่ไม่ค่อยจะเป็นคนดี ดูท่าทางจะเป็นคนซ่า เปรี้ยว ก็คิด มากเหมือนกัน อยากให้เค้ารู้จักเคทตัวจริงว่าไม่ได้เจ้าชู้แบบที่เค้าบอกกัน เคทเป็นคนเปรี้ยว แต่ไม่ใช่อย่างนั้น..'
อยากทำอะไรอีก..'หนังค่ะ อยากถ่ายหนัง ก่อนที่จะเป็นนักร้องก็มีติดต่อมา แต่จะทำก็ไม่ได้ทำ หลังจากนั้นก็มีเข้ามาบ้าง แต่ก็ยังไม่ใช่อะไรที่ตื่นเต้น ยังไม่มีเลยค่ะ อยากเล่นแนวแอ็คชั่น ถ้าเป็นตลกก็คงมีปัญหาเรื่องภาษาแน่นอน ดราม่าก็ดี แต่กลัวน้ำเน่าเกินไป แต่ตอนนี้เอาเพลงให้ดีก่อนดีกว่า'
ชอบคนที่..'เคทชอบคนที่ทันเรา หรือคนที่เก่ง มีความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นอะไร You know! ตกแต่งบ้านเก่ง หรืออะไรก็ตามที่เค้าทำแล้ว..ทำให้เราจะชื่นชอบเค้าได้น่ะ เค้ามีความสามารถพิเศษที่เราเคารพ เราก็จะชอบตรงนั้น...'

รักเหมือนฤดู..'ใช่ค่ะ เพราะว่าความรักมันจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับฤดู เดี๋ยวก็หวาน ...ความรักมันจะเริ่มตอน Spring ทุกอย่างสวย แล้วมันก็จะผ่านไปเป็น Summer เป็นฤดูร้อน รักกัน เดี๋ยวก็เกลียดกัน แล้วมันก็จะเย็นขึ้น พอมันผ่านช่วงที่เย็นไปได้ แล้วมันก็จะเริ่มใหม่ หรือบางทีอาจจะเลิกกันตรงนั้น แล้วก็จะไปเริ่มที่ Spring ใหม่ จะวนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ'

อนาคต.. 'อยากสบาย อยากทำงานจนมีตังค์มากมายจนเลี้ยงครอบครัวได้ เลี้ยงเพื่อนได้ ทำให้ทุกคนรอบตัวมีความสุข แค่นี้ก็คงจะพอแล้วค่ะ'