ทุกครั้งที่ไปเดินตลาดนัดสวนจตุจักร
ภาพหนึ่งที่จะต้องเจออยู่เสมอๆคือ
ภาพคนแก่นั่งขายของอยู่บนฟุตบาทริมรั้วด้านนอกหรือบนสะพานลอย
ของที่ขายถือได้ว่าไม่เป็นชิ้นเป็นอัน พัดเชยๆ
ตุ๊กตาสานจากก้านผักตบชวา หินขัดผิว หนังสะติ๊ก
เม็ดแมงลัก ฯลฯ
หลายครั้งที่เราเดินผ่านไปเฉยๆ
หลายครั้งที่เราหยุดซื้อติดมือมาด้วย
ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะเอามาทำอะไรได้
ซื้อมาแล้วก็ทิ้งไป
แต่หลังจากนั้นเราก็เกิดความลังเลไปสองทาง
ทั้งในด้านบวกและด้านลบ
คือมันเป็นขบวนการอะไรสักอย่างที่ระดมเอาคนแก่มานั่งขายของเหมือนๆกันตามจุดต่างๆ
โดยเอาความน่าสงสารของคนแก่มาเป็นจุดขาย
และอีกด้านหนึ่งคือ
พวกเขาอาจจะมาจากสหกรณ์หมู่บ้านที่ไหนสักแห่ง
รวบรวมของที่ทำขึ้นมาเอง
แล้วแยกย้ายกันไปขาย
ความลังเลดังกล่าวทำให้เราซื้อของจากกลุ่มคนแก่เหล่านี้น้อยลง
ครั้งล่าสุด...ขณะที่เราเดินลงจากสะพานลอย
ก็เห็นคนแก่สองคนนั่งเคียงกันตรงเชิงสะพาน
คนหนึ่งนั่งขายของอย่างที่เราเคยเห็น
อีกคนหนึ่งไม่ได้ขายของแต่มีกระดาษที่ฉีกจากกล่องเบียร์วางอยู่ข้างหน้า
มีตัวหนังสือโย้เย้เขียนอยู่บนกล่องทำนองว่า
ไม่มีเงินค่ารถกลับบ้าน
และขอความเมตตาจากทุกคนด้วย
เราควักตังค์ออกจากกระเป๋าแล้ววางลงตรงกระดาษที่ปูไว้
ซึ่งมีทั้งเหรียญบาท เหรียญห้า เหรียญสิบ
และแบงค์จำนวนหนึ่งวางอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
หลังเราวางตังค์เสร็จก็มีคนอื่นๆทยอยกันมาสมทบมากขึ้นเรื่อยๆ
เราถอยออกมา
และมองกลับเข้าไปใหม่
ก็เห็นภาพต่างระหว่างคนแก่ทั้งสองคนชัดขึ้น
คนหนึ่งเลี้ยงชีพด้วยการขายของ..แต่ไม่มีใครสนใจซื้อ
ขณะที่อีกคนหนึ่งลงทุนแค่ตัวหนังสือไม่กี่ตัว
แต่กลับมีคนให้เงินเปล่าๆ
โดยไม่ต้องมีของมาแลก
เราไม่รู้ว่าคนแก่ที่ขายของคนนั้นจะรู้สึกอย่างไร
แต่ในหัวใจของเรากำลังรู้สึกผิด
กลับบ้านวันนั้น เราจึงมีพัด เม็ดแมงลัก
และหินขัดตัวกลับมาด้วย